admin

สัตว์เลี้ยง ทำรถเป็นรอย เคลมประกันได้ไหม?

  • by

สัตว์เลี้ยง ทำรถเป็นรอย เคลมประกันได้ไหม? สุนัขหรือสัตว์อื่นๆ ทำรถเป็นรอยหรือเสียหาย เคลมประกันได้ไหม? หลายๆ ท่านน่าจะมีรถคู่ใจอยู่ที่บ้าน และจอดทิ้งไว้ที่บ้านบ้าง หรือขับไปจอดที่ทำงานบ้างแล้ววันดีคืนดีเห็นรถเป็นรอยจากเล็บสุนัข หรือสายไฟขาดเพราะโดนหนูแทะจนรถจนสตาร์ทเครื่องไม่ติด เคสนี้เราสามารถเรียกประกันมาเคลมได้หรือไม่? ต้องบอกก่อนเลยว่า ใครที่ทำประกันชั้น 1 ไว้ คุณสามารถเคลมกับทางบริษัทประกันได้หากเกิดจากสัตว์ ที่แต่เป็นเคสที่ ‘ไม่มีคู่กรณี’ เช่น สุนัขจรจัด แมวหรือหนู มากัดรถหรือแทะสายไฟภายในรถ เพราะถือเป็นอุบัติเหตุที่ไม่เกี่ยวกับการเสื่อมสภาพของตัวรถ ทำให้เข้าตามเงื่อนไขที่เป็น “อุบัติเหตุที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้” ใครที่ทำประกันชั้น 1 ไว้ ก็สามารถสบายใจได้เลย เพราะเราจะได้รับการคุ้มครองจากทางบริษัทประกันภัยแน่นอน แต่อาจจะต้องมีการรับผิดชอบค่าเสียหายเล็กน้อย แล้วหากรู้ตัวว่ามีสัตว์เข้ามากัดสายไฟในเครื่องยนต์ เราควรทำอย่างไร? เราแนะนำว่าอย่าเพิ่งสตาร์ทรถและลองเช็คดูอาการเบื้องต้นดูก่อนว่าสายไฟขนาดไหน เพราะหากสตาร์ทอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ หากรู้แล้วว่าสายไฟขาดจากการโดนกัด ให้ลองหาหลักฐานเช่นรอยเท้าหรือขนต่างๆ และถ่ายรูปจุดเกิดเหตุและหลักฐานต่างๆ ไว้ให้ครบ และหลังจากนั้นติดต่อบริษัทประกันและส่งเคลมโดยกรอกรายละเอียด ถูกสัตว์ชนิดใดกัดสายไฟ เวลาเกิดเหตุ สถานที่ สิ่งสำคัญคือหลักฐาน หากเป็นสุนัขกัดรถยนต์เล่น เราก็จะต้องถ่ายภาพและพยายามหาหลักฐานไว้เพื่อส่งให้บริษัทประกันเช่นกัน จากนั้นทางพนักงานจากบริษัทจะเข้ามาเช็คเครื่องยนต์ และส่งซ่อมตามความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยค่าใช้จ่ายที่เราต้องเสียคือค่า Excess แบบที่ 1 (ค่าประกันใช้จ่ายส่วนแรก) ซึ่งจะอยู่ราวๆ 1,000 บาท ครับ

พ.ร.บ. กับ ประกันภัยภาคสมัครใจต่างกันอย่างไร ?

  • by

พ.ร.บ. และประกันภัยภาคสมัครใจต่างกันอย่างไร ? สวัสดีครับผม ศุภสิทธิ์ ศิริ หรือ ทนายอาร์ม  เคยสงสัยกันบ้างไหมครับว่า พ.ร.บ. และประกันภัยภาคสมัครใจต่างกันอย่างไร สำหรับบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ประกันภัยภาคบังคับ หรือที่ทุกคนรู้ตักกันในนาม (พ.ร.บ.) และประกันภัยภาคสมัครใจ” ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร? ประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ประกันภัยภาคบังคับหรือที่เราเรียกกันว่า พ.ร.บ. นั้นย่อมาจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำ พ.ร.บ. หากฝ่าฝืนไม่ทำพ.ร.บ.ก็จะได้รับการลงโทษ ประกันภัยภาคสมัครใจ ประกันภัยภาคสมัครใจ หมายถึง ประกันภัยที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้รถทุกคันต้องมีประกันภัยชนิดนี้ แต่เป็นประกันภัยที่เจ้าของรถควรจะจัดให้มีเพิ่มเติมนอกเหนือจากการประกันภัยภาคบังคับ โดยเจ้าของรถสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองได้ตามความพึงพอใจ ความแตกต่างระหว่าง ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และ ประกันภัยภาคสมัครใจ เรามาดูความแตกต่างระหว่าง ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และ ประกันภัยภาคสมัครใจครับ ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) มีบทบาทช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยจากรถทางด้านความเสียหายต่อชีวิต และร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น คนขับรถ ผู้โดยสาร หรือคนเดินเท้าบนท้องถนน สรุปง่ายๆ ก็คือ พ.ร.บ. จะจ่ายค่าชดเชยในเรื่องของการบาดเจ็บ ทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และเสียชีวิตเท่านั้น !!! ประกันภัยภาคสมัครใจ (เจ้าของรถจะเลือกซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ กฏหมายไม่ได้บังคับ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ) โดยประกันภัยที่นิยม คือ ประกันชั้น 1 , ประกันชั้น 2+,… Read More »พ.ร.บ. กับ ประกันภัยภาคสมัครใจต่างกันอย่างไร ?

Notary Public (โนตารี่พับลิค)

  • by

Notary Public (โนตารี่พับลิค) คืออะไร? Notary Public(โนตารี่พับลิค) ในประเทศไทย เรียกโนตารีพับลิคว่า “ทนายความรับรองลายมือชื่อและเอกสาร” ซึ่งเป็นทนายความที่ได้รับใบอนุญาตและได้รับอนุญาตจากสภาทนายความให้รับรองเอกสารได้ในประเทศไทย จุดประสงค์ของการรับรองเอกสารนี้ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เอกสารโดยการรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อในเอกสารหรือเอกสารนั้นๆ โดยการลงลายมือชื่อ, ตราประทับ และสติ๊กเกอร์ของโนตารีพับลิค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเอกสารที่นำไปใช้ในต่างประเทศ สำนักงานของเราสามารถรับรองลายมือชื่อ, สำเนาหนังสือเดินทาง, สัญญา, เอกสารการเงินจากธนาคาร, หนังสือมอบอำนาจ, สำเนาเอกสาร ว่าถูกต้องตรงกับต้นฉบับ และอื่นๆ หากคุณกำลังมองหาบริการของโนตารีพับลิค โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เรามีทนายความมืออาชีพที่เต็มใจให้บริการในราคาที่เหมาะสม What does a notary public do? In Thailand, the notary public is called Notarial Services Attorneys. They are lawyers who receive a certificate and are allowed to notarize the documents in Thailand by The Lawyer Council of Thailand. The purpose of the activity… Read More »Notary Public (โนตารี่พับลิค)

ของในรถโดนขโมย!! เคลมประกันได้หรือไม่?

  • by

ของในรถโดนขโมย!! เคลมประกันได้หรือไม่? หลายๆ คนคงจะเคยได้ยินคำเตือนที่ว่า’ห้ามนำของมีค่าไว้ในรถขณะที่เราจอดรถทิ้งไว้’ เพราะนั่นจะเป็นเป้าสายตาเหล่าคุณโจรนั่นเอง แน่นอนครับยังไงก็ต้องกันไว้ก่อนเพราะโจรสมัยนี้สามารถงัดได้ทุกอย่าง ยิ่งเป็นรถยนต์แค่ทุบกระจกก็สามารถชิงของมีค่าข้างในรถได้แล้ว ซึ่งเราต้องขอบอกเลยว่าการโดนโจรกรรมของภายในรถนั้น ทางประกันสามารถชดใช้ค่าเสียหายได้เพียงแค่ตัวรถเท่านั้น ไม่สามารถเคลมของที่อยู่ข้างในรถได้เนื่องจากเป็นของส่วนบุคคลซึ่งหากรถของท่านนั้นโดนโจรกรรมโดยการงัด หรือ ทุบกระจก ทางบริษัทประกันก็จะมีการชดเชยและเคลมค่าเสียหายของรถนั่นเอง แต่ทางเรามีวิธีป้องกันง่ายๆ ใครก็สามารถทำได้ง่ายๆ ตามนี้ 1.ติดตั้งสัญญาณกันขโมย และตรวจสอบสัญญาณ รถรุ่นใหม่นั้นจะมีสัญญาณกันขโมยมาให้อยู่แล้วซึ่งหากตัวรถของท่านถูกงัดเปิดหรือมีอะไรที่กระแทกรถ อย่างแรง สัญญาณกันขโมยก็จะดังขึ้นมาซึ่งเป็นตัวเลือกที่สามารถป้องกันคุณโจรได้ดีวิธีหนึ่ง เพราะฉะนั้นควรเช็คหรือตรวจสอบให้ดีว่ารถของเรานั้นมีสัญญาณกันขโมยหรือไม่ หากมีเราก็ควรเช็คการทำงานให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 2.เช็คว่ารถล็อคดีแล้วหรือยัง อันนี้เป็นวิธีเบสิคที่ทุกคนต้องทำเพราะหลายๆ คน เมื่อลงจากรถก็เดินออกไปเลยด้วยความรีบ ทั้งที่จริงเราควรเช็คให้ดีว่ารถของเราได้มีการล็อคดีแล้วหรือยังก่อนเดินออกไปทุกครั้ง 3.จอดรถในที่ปลอดภัยและสว่าง แน่นอนว่าที่ที่คนพลุกพล่านหรือสว่าง โอกาสการงัดรถก็จะน้อยลง เราจึงควรหาที่จอดรถในที่ที่มีแสงสว่างหรือคนผ่านไปผ่านมาเยอะๆ ไม่ควรจอดรถในที่เปลี่ยวเพื่อความปลอดภัยทั้งคนและรถ ถ้าจะให้ปลอดภัยก็หาที่จอดรถที่มีคนช่วยดูแล อาจจะเสียเงินนิดหน่อยแต่เพื่อความสบายใจ 4.ติดตั้งระบบป้องกันการสตาร์ทเครื่องยนต์ เรามีเทคโนโลยีมากมาย ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับรถ นั่นก็คือระบบป้องการการสตาร์ทรถหรือ Engine Immobilizer System โดยลูกกุญแจและแม่กุญแจจะมีการส่งรหัสผ่านกันไปมาหากเป็นดอกจริงก็จะสามารถสตาร์ทได้ แต่หากรหัสที่ส่งหากันผิดระบบจะมีทำการดับเครื่องยนต์โดยทันที และไม่มีทางที่จะสตาร์ทอีกรอบได้ด้วยกุญแจอันเดิม